[ย้อนรอย 5 ปีที่แล้ว] @ Montien Riverside Hotel
posted on 05 Nov 2009 20:32 by haruzame in JRชื่อหัวข้อบ่งบอกความยาวนาน การย้อนรอยสถานที่ที่เคยไปตามจูเนียร์ เมื่อ 5 ปีก่อน วันนี้มีโอกาสอีกครั้งที่กลับไปเยือน โรงเรียมมณเฑียร ย่านพระราม 3 อีกครั้ง เพราะภารกิจในการเข้าไปร่วมฟังในงาน " NCSEC 2009 Green Computing Technology " [รายละเอียดของงานไว้พูดทีหลัง 555+]

หน้าโรงแรม คิดว่าถ่ายมาได้ดีสุดๆแล้วอะ

อีกสักชอต
เข้าประเด็นของเรา จากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่เป็นครั้งล่าสุด ของชายหนุ่มในค่าย Johnny Junior ที่ยกโขยงกันมาโดย TxT , Kattun และอื่นๆ (ต้องขออภัยที่ไม่ได้บอกชื่อ เพราะเราจำไม่ได้มันนานเกินไป) ในการมาเปิด one-2-call Freedom Music Presents Thai J-Pop Concert (หามาจากเนตสดๆร้อนๆ ถ้าถามตามความจริง จำชื่อไม่ได้หรอก นานเกินไป ) โดยครั้งนั้น พวกเขาก็ได้พักที่โรงแรรม มณเฑียรแห่งนี้นี่เอง ใครแฟนพันธ์แท้ต้องจำได้แน่นอน ซึ่งพอเราไปถึง สิ่งแรกที่ประทับใจมากจนลืมไม่ลงเลย คือ ทางเข้าโรงแรมที่แสนลาดชัน [ไม่ได้ถ่ายมา ถ้าไม่ลืมพุ่งนี้จะถ่ายรูปมาใส่]
ใครแฟนพันธ์แท้ ก็คงจะจำกันได้ กับภาพเหตุการณ์ตอนวิ่งตามรถบัสที่หนุ่มๆเขานั่งกัน บางคนถอดรองเท้าวิ่ง บางคนรองเท้าหลุดหาย บางคนล้มกลิ้งคลุกไปกับพื้น และบางคนของหล่นหาย แต่ภาพที่เราจำได้ คือ เราวิ่งกระโดดข้ามคนที่ล้ม เพื่อจะวิ่งตามรถ และจะได้ไม่หกคะเมนตามเขาไป (แอบแก้ตัวเล็กน้อย) ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักวิ่งกระโดดข้ามรั้วของทีมชาติ มือหนึ่งถือกล้อง อีกมือจับกระเป๋า ตามองคาเมะ 555+ แล้วมือที่ถือกล้องก็กดรัวอย่างมั่วซัว ซึ่งกล้องอันนั้นรุ่นโบราณ ยังใช้ฟิมล์อยู่เลย ล้างออกมานี่ เห็นแต่ขอบรถ มีชัดๆอยู่ประมาน 2 รูป คิดๆแล้วตอนนั้นยังขำตัวเองอยู่เลย

รูปที่ถ่ายมาตอนนั้น ที่จริงมันชัดกว่านี้นะ แต่ไม่ด้วยความขยันมาก
ไม่อยากเดินลงไปเพื่อหยิบเครื่องแสกนมาเปิด เลยเอากล้องมือถือถ่ายแทนเลยมัวๆ
(สังเกตมือขอบล่างของรูป แต่ละคนโหยหามากๆ ฮ่าๆ)
จากนั้นก็ลงรถมายัง ณ ประตูทางเข้าโรงแรม ภาพเหตุการณ์ประทับใจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อตอนนั้น ที่เพื่อนคนนึงใส่กางเกง JJ ขาสั้น รองเท้าแตะหนีบ เสื้อยืดธรรมดา ลง Taxi มา (มันโดดเรียนอุ๊) ซึ่งยามที่เปิดประตูเขาเห็นแล้วไม่เปิดประตูให้มันอะ สุดท้ายมันเลยผลักเขาไปเอง 555+ และเหตุการณ์ประทับใจที่ประตูอีกอย่างคือ การเดินออกมาของหนุ่มที่จะมาขึ้นรถบัส ตอนนั้นแต่ละคนออร่ากระจายจนเราจะเป็นลม ติดใจพี่คิสุดๆ อย่างหล่อเลย

ลืมถ่ายมา เลยไปจิ๊กมา ถ้าพุ่งนี้ไปแล้วไม่ลืมจะไปถ่ายมา
แล้วเราก็เดินเข้าไปภายในโรงแรม เป็นโรงแรมที่ให้ความรู้สึกดีชะมัด มีความสุขมากๆ แล้วเราก็เงยหน้าไปมองบนระเบียงที่จำได้ติดตา ภาพตอนนั้นที่หนุ่มหล่อยืนเรียงรายบนระเบียง ถ้าสามารถชี้นิ้วแล้วสอยลงมาได้สักคนก็คงดี เริ่มเพ้อแหละ เอาเป็นว่า ถ้าตอนนั้นยังจำกันได้ก็ตอนที่หนุ่มๆเขาใจดี ยอมออกมาโบกมือให้แฟนๆได้เก็บภาพกันไปหลายเซต และทำกำไรให้แฟนๆได้มากมายด้วย ฮ่าๆ และก็มีฉากที่ระเบียงหลายครั้ง ตอนเที่ยงของวันนึงน่าจะเป็นวันที่จะแสดงคอนเสริตหรือเปล่า จำมะได้ แล้วก็ตอนบ่ายของอีกวัน วันสุดท้ายที่จะกลับมั้ง รู้สึกจะเป็นวันอาทิตย์ ตอนนั้นจำได้ว่าโดดเรียนพิเศษไปตาม และตอนดึกของวันเดียวกัน ออกมาตอนก่อนกลับ แล้วก็มีร้องเพลง "ฉันยังยืนที่เดิม เฝ้าคอยมองดูเธออยู่เสมอไป นานแสนนานเพียงใด หรือไกลสุดขอบฟ้า ฉันยังยืนที่เดิม แม้วันใดมีทุกข์และน้ำตา เพียงเมื่อเธอมองมา ฉันยังยืนที่เดิม" ซึ่งเพลงนี้ทำใครหลายคนหลั่งน้ำตาในวันสุดท้ายกับการจะกลับบ้านของเหล่าจูเนียร์ และอีกทั้งเพลงนี้ที่ทำให้เกิดฉนวนบางเรื่องกับแฟนคลับ G-M (ขอใช้อักษรย่อ เด๋วจะกลายเป็นกระทู้จุดฉนวน 555+) ที่หาว่า TxT ไป copy เพลงนี้มา งานนี้เหล่าแฟนๆก็เดือดอะค่ะ เพราะมันของ TxT อยู่แล้ว เขาเอามาแปลงเป็นไทย เพื่อคอนเสริตครั้งนี้โดยเฉพาะ สำหรับแฟนๆ งานนี้ แฟนคลับ G-M ก็ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร้อ ฮ่าๆ เอาหละพูดเรื่องระเบียงไงออกไปไกลพาดพิงชาวบ้านเขาแล้วนี่ มาพูดถึงระเบียงกันต่อ (คำพูดต่อไปจะเป็นเรื่องบ้าๆของคนๆนึง ใครที่เปิดเข้ามา แล้วจะรับไม่ได้ก็ข้ามไปย่อหน้าถัดไปเลยนะค่ะ อย่ามาอ่านมันเลย) ซึ่ง ณ ระเบียงนั้น ภาพที่เราจำได้ติดตา คือ ภาพที่คาเมะส่งจูบทิ้งท้ายก่อนเดินไป ตอนนั้นไอเราที่บ้าบอ ก็เอามือคว้าจูบนั้นมาปิดปากตัวเอง 555+ มันฝังใจและประทับใจจริงๆ

รูปอดีตแต่เก่าก่อน ไปจิ๊กของเขามาอีก ของเรามันหายไปอยู่แห่งหนตำบลใดก็ไม่รู้แล้ว

ระเบียงกล้องมุมนอน

ระเบียงกล้องมุมตั้ง
จากตำแหน่งล่างระเบียง คราวนี้เราก็ขอไปยืนสัมผัสตำแหน่งบนระเบียงกันบ้าง ก็ไปลูปๆ ถูๆขอบระเบียง อย่างกะจะได้เลขสักตัวไปซื้อหวย แบบอยากสัมผัสความรู้สึกเมื่อ 5 ปีก่อน แล้วก็มองลงไปข้างล่าง วิวบนนี้มันช่างงดงามจริงๆ ซึ่งตอนนั้นข้างล่างเต็มไปด้วยแฟนคลับ ซึ่งเราคิดว่าพวกหนุ่มๆเขาก็คงจะดีใจแหละมั้ง ที่เห็นแฟนคลับเยอะขนาดนั้น (เทียบกับตอนนี้ก็จำนวนเท่าแฟนคลับดงบัง หรือ sj มั้ง แอบพาดพิงหน่อย)

บนระเบียง ตอนถ่ายมือสั่น เพราะตื่นเต้น (ความจริงจะขึ้นรถกลับบ้านแล้ว เลยรีบกด555+)

ไปจิ๊กรูปฉัดๆมา
สถานที่ถัดมา ร้านขายของที่ระลึก เดินลงไปตามบันได อันนี้เหมือนเคยได้ยินมาว่าหนุ่มๆเขาก็เคยเข้ามาเดินตอนดึกๆ พอดีตอนนั้นยังเป็นเด็กอนามัย ต้องกลับบ้านตรงเวลา ดึกๆเลยไม่ได้ไปเฝ้าดูเขา เลยเอามาเล่าต่อเฉยๆ ผิดพลาดก็ขออภัย เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

รูปนี้รู้สึกจะเป็นรูปที่ทางเดินลงมาจากชั้นบนๆ แล้วมันจะไปบรรจบกับ
ทางเดินลงไปร้านขายของที่ระลึกมั้ง เพิ่งไปมาก็ยังลืมเลย 555+
creditรูปจำไม่ได้ ไปซื้อมาหรือใครให้มาก็ไม่รู้
และสถานที่สุดท้าย งานเลี้ยงมื้อดึก ที่เคยเห็นจากรูปถ่าย ตอนนู้น จำได้ว่า รูปที่เคยเห็นหน้าเมะเหมือนมันเมาๆ อันนี้เนื่องจากการเบื่อนั่งฟังในงาน เราเลยออกมาเดินเล่นข้างนอกแทน ก็นะข้างนอกสวยดีอะ เดินๆถ่ายรูปแต่รอบๆ ลืมถ่ายรูปโต๊ะกินเลี้ยง ฮ่าๆๆๆ

ศาลาริมน้ำ วิวกำลังสวย แต่ดันมีคนมายืนอยู่

มุมนี้เล่งอยู่นาน แต่มือถือได้เท่านี้อะ ^^

ปิดท้ายการย้อนรอยด้วยรูปเรือที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ









เอาหละมาพูดเรื่องงานที่ไปมาวันนี้บ้าง ก็เป็นงานเกี่ยวกับความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แหละ แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ com system, com network, AI, DSP ซึ่งงานนี้มหาลัยของเราเป็นเจ้าภาพ เลยได้ไปงานฟรีๆโดยไม่เสียตังค์ ตอนแรกเกือบจะได้ไปฟรีไม่เสียตังค์ แถมได้ตังค์บวกข้าว แต่โชคดีเกินไป คนเลือกดันคัดเราออก เลยอดเงิน แถมอดกินอาหารจากโรงแรมอีก เสียดาย T^T แต่ก็นะตอนเขาพักก็มีขนมจากโรงแรมมาให้กิน ถือว่าบุญปากจริงๆ อร่อยมากมาย ขากลับเลยแวะซื้อกลับมาฝากป๊าม้าคนละชิ้น วกกลับมาเรื่องสาระบ้าง พูดๆไปออกไปนอกโลกทุกที่ เนื้อหาที่เราเลือกไปฟังวันนี้ เราก็เลือกฟังที่มันเกี่ยวกับ web ที่สอดคล้องกับชีวิตเรา ณ ปจบ. แต่ก็นะ ฟังไม่รู้เรื่องอะ ไม่นั่งเล่นบ้าง ก็สัปปะหงก ไม่สัปปะหงก ก็นั่งวาดรูปเล่น สรุปตั้งใจฟังอยู่อันเดียว เพราะมันเกี่ยวกบโปรเจคจบ ฮ่าๆ เพราะงั้นก็เลยได้ความรู้แถมกลับบ้านมานิดนึง ^^ พอพูดเรื่องมีสาระเลยไม่รู้จะเขียนอะไรเลย เพราะงั้นก็จบเรื่องที่เกือบจะมีสาระของเราเพียงเท่านี้